Messages
Topic:
แฮลโล่ มีคำถาม ...?
เงินที่ได้จากการทำบุญ
ระหว่างนำไปสร้าง วัตถุต่างๆเช่นพระแก้วมรกตที่มีขนาดใหญ่ที่สุดใน
โลกเพื่อจะได้ลงกินเนสบุค กับการนำไปใช้เพื่อเผิยแพร่ธรรมะ
โดยการพิม หนังสือธรรมะ หรือ หนังสือพระไตรปิฏก หรือ ทำเป็น วีซีดี
ธรรมะแจกตามบ้านต่างๆ ให้ชาวบ้านได้รู้ธรรมะที่แท้จริงในแนวการ
ปฏิบัติธรรมที่ถูกต้อง
เพื่อให้ชาวบ้านปฏิบัติและ พ้นทุกข์ ได้จริงเกิด ปัญญา จริง
อย่างใหนจะดีกว่ากันฮ่ะ
สำหรับความคิดเราเราว่าอย่างการนำไปใช้เพื่อเผิยแพร่ธรรมะ
โดยการพิม หนังสือธรรมะ หรือ หนังสือพระไตรปิฏก หรือ ทำเป็น วีซีดี
ธรรมะแจกตามบ้านต่างๆ ให้ชาวบ้านได้รู้ธรรมะที่แท้จริงในแนวการ
ปฏิบัติธรรมที่ถูกต้อง
เพื่อให้ชาวบ้านปฏิบัติและ พ้นทุกข์ ได้จริงเกิด ปัญญา จริง
ดีกว่าฮ่ะ
Oct 25
8:45 PM
ฉันตอบอย่าฟันธงคะ
อย่างการนำไปใช้เพื่อเผิยแพร่ธรรมะ
โดยการพิม หนังสือธรรมะ หรือ หนังสือพระไตรปิฏก หรือ ทำเป็น วีซีดี
ธรรมะแจกตามบ้านต่างๆ ให้ชาวบ้านได้รู้ธรรมะที่แท้จริงในแนวการ
ปฏิบัติธรรมที่ถูกต้อง
เพื่อให้ชาวบ้านปฏิบัติและ พ้นทุกข์ ได้จริงเกิด ปัญญา จริง
ดีกว่าคะ ฟันธง
Oct 25
8:52 PM
ผมว่ามันสำคัญทั้ง2อย่างคับประโยชน์มีกันคนละแบบ ทำทั้ง 3อย่างยิ่งดี พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
Oct 26
1:36 AM
อย่างการนำไปใช้เพื่อเผิยแพร่ธรรมะ
โดยการพิม หนังสือธรรมะ หรือ หนังสือพระไตรปิฏก หรือ ทำเป็น วีซีดี
ธรรมะแจกตามบ้านต่างๆ ให้ชาวบ้านได้รู้ธรรมะที่แท้จริงในแนวการ
ปฏิบัติธรรมที่ถูกต้อง
เพื่อให้ชาวบ้านปฏิบัติและ พ้นทุกข์ ได้จริงเกิด ปัญญา จริง
ดีกว่าแน่นอน100%
Oct 26
4:39 AM
การจะแก้ปัญหาให้ตรงจุด ให้ถูกจุด จำเป็นจะต้องมีสัมมาทิฎฐิ (ความเห็นถูก)เสียก่อนครับ
1.ความพยายามในการสร้างองค์พระฯ น่ะดีอยู่แล้ว น่าอนุโมทนาบุญด้วยอยู่แล้ว เพราะ..
1.1 ผู้สร้างย่อมมีจิตที่เป็นกุศล บุญย่อมเกิดขึ้นกับเขาทันที
1.2 ผู้ได้พบเห็น ย่อมเกิดความเคารพ เลื่อมใส ศรัทธา ในพระรัตนตรัย บุญย่อมเกิดขึ้นทั้ง
ผู้กราบไหว้ และผู้สร้างโดยทันที
1.3 บุคคลรุ่นหลังๆ ได้มากราบไหว้ ได้มากราบสักการะ ย่อมทำให้เขาเหล่านั้นเกิดสัมมา
ทิฎฐิ คือเห็นตัวอย่างของบุคคลที่ดีจริง มีอยู่จริง นั่นคือพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นั่นเอง
..........................................................
ส่วนการที่ กินเนสบุ๊ค จะมาขอบันทึกเพื่อเป็นสถิติ ก็เป็นเรื่องในภายหลัง หรือเรื่องผลพลอย
ดี ก็น่าจะเป็นสิ่งที่ยินดียิ่ง มิใช่หรือ เพราะคนทั้งโลก ก็จะได้เห็น ก็จะได้ชื่นชม และก็จะได้
เป็นที่พึ่ง ที่ระลึก กราบไหว้บูชา เป็นสิริมงคล ต่อตัวเขา และครอบครัวของเขาเอง เราควรจะ
อนุโมทนาด้วย มิดีกว่าหรือ แทนที่จะไปนั่งจับผิด มองแต่แง่ร้าย ในตัวผู้อื่น มากกว่าจะมองที่
ตัวเรา ของเราเอง
...........................................................
ส่วนเรื่อง เพื่อการเผยแพร่ธรรมมะนั้น เด็กอนุบาลฯ เค้าก็ตอบกันได้แล้วครับ
บางสิ่ง บางอย่าง การทำแบบวิธีเดิมๆ ตามๆ กันมา ก็มักจะใช้ไม่ค่อยได้ผลนัก เค้าเรียก ดื้อ
ยา บางอย่างก็ต้องปรับ ต้องเปลี่ยน เสียมั่ง เพื่อให้ทันกับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป ทุกวันๆ บางครั้ง
การได้เห็นองค์พระฯ ในกินเนสบุ๊ค ก็สามารถดลจิต ดลใจ คนหลายๆคน ให้เข้าวัด ศึกษา
ธรรมมะ และปฎิบัติธรรม ได้ดี ยิ่งเสียกว่า เอาหนังสือธรรมมะไปวางไว้ต่อหน้าเขา น่ะครับ
..........................................................
Oct 26
11:22 AM
ดีทั้ง 2 อย่างค่ะ
Oct 26
6:39 PM
" ... บางครั้ง การได้เห็นองค์พระฯ ในกินเนสบุ๊ค ก็สามารถดลจิต ดลใจ คนหลายๆคน ให้เข้าวัด ศึกษาธรรมมะ และปฎิบัติธรรม ได้ดี ยิ่งเสียกว่า เอาหนังสือธรรมมะไปวางไว้ต่อหน้าเขา ... "
คิดลึกๆกว้างๆไกลๆแล้วเก๊ทเลยค่ะ ... สาธุค่ะ ^/v\^
Oct 26
8:21 PM
การทำบุญทำความดี เป็นสิ่งที่ควรกระทำ แต่พวกไร้ปัญญาทั้งหลายที่ยังไม่เห็นภัยใน
วัฏจักรสงสาร มักทำบุญหวังผลไปเกิดบนสวรรค์ ยังต้องเวียนว่ายตายเกิดเป็นกองมูต
กองคูถ
ส่วนพวกที่พอมีปัญญาเห็นภัยในวัฏจักรสงสาร ทำบุญเพื่อเอาพระนิพพาน
สำหรับความเห็นของฉันในกระทู้นี้นั้น ขอตอบว่า การให้ธรรมะเป็นทานดีที่สุด
อย่างการนำไปใช้เพื่อเผิยแพร่ธรรมะ
โดยการพิมพ์ หนังสือธรรมะ หรือ หนังสือพระไตรปิฏก หรือ ทำเป็น วีซีดี
ธรรมะแจกตามบ้านต่างๆ ให้ชาวบ้านได้รู้ธรรมะที่แท้จริงในแนวการ
ปฏิบัติธรรมที่ถูกต้อง
เพื่อให้ชาวบ้านปฏิบัติและ พ้นทุกข์ ได้จริงเกิด ปัญญา จริง ดีกว่าแน่นอนไม่ต้องสงสัย
ทำบุญเพื่อเอาพระนิพพานดีกว่า อย่าทำบุญเพื่อไปเป็นกองมูตกองคูถเลย
Oct 27
3:52 AM
เมาวิมาน
พระพุทธเจ้าท่านไม่ได้สอนให้เราทำบุญเพื่อจะไปสวรรค์
สวรรค์นั้นเป็นแต่เพียงเครื่องล่อนิดๆ หน่อยๆ ให้พอเพลินเท่านั้นเอง
คนติดสวรรค์มักจะทำบุญเพื่อต้องการสวรรค์
เรียกว่าทำบุญเพื่อกิเลส ทำบุญเพื่อจะเอา
เอานั่นเอานี่ ที่มีอยู่ก็รักษาไม่ไหวอยู่แล้ว
ยังจะเอาแถมเข้ามาอีกมากมายก่ายกอง
อย่างนี้เขาเรียกว่า เป็นบุญไม่บริสุทธิ์ ไม่เป็น “กุศล”
มันเป็นแต่เพียงบุญเท่านั้นเอง ชื่นใจสบายใจ ได้ทำอะไรแล้ว
แหม ! ดีใจจนเนื้อเต้น อย่างนี้เขาเรียกว่า “บ้าบุญ”
พวกนั้นไม่คิดจะออกไปจากสิ่งเหล่านั้น
ด้วยการฟอกจิตใจให้สะอาด
ปราศจากสิ่งเศร้าหมองทางใจ ไม่ได้คิดอย่างนั้น
เพราะว่าผู้สอนผู้เทศน์ก็ไม่ได้พยายามชี้ให้เห็นว่า
อะไรเป็นอะไรให้ถูกต้อง
ล่อว่า มีสวรรค์ ไวให้โยมสร้างนั่นสร้างนี่
แล้วจะได้เกิดในสวรรค์มีวิมาน
พระบางองค์ก็เก่งอยู่เหมือนกัน
เห็นว่าโยมทำอะไรมากๆ แล้ว แต่ยังอยากจะให้ทำอีก ก็บอกว่า
“แหม เมื่อคืนก่อนนี้ อาตมานอนหลับฝันไป ฝันว่าได้ขึ้นสวรรค์
ขึ้นไปถึงเห็นวิมานหลังคาระยิบระยับ
ประดับด้วยเพชรพลอยสวยงาม สูงหลายชั้น
แล้วก็มีเทวดานั่งเฝ้าอยู่องค์หนึ่ง เลยถามว่าวิมานนี้เป็นของใคร
เทวดาบอกว่าเป็นของคนชื่อนั้น”
โยมคนนั้นแหละ โยมที่แกคุยด้วยนั่นเอง
บอกว่าชื่อของคุณโยมนี่ สมมติว่าโยมคนนั้นชื่อว่า แม่จันทรา
“เทวดาบอกว่านี่เป็นวิมานของคุณแม่จันทรา กำลังมารออยู่แล้ว
คุณแม่จันทรายังไม่มาเกิด ให้อยู่ทำบุญเพิ่มเติมต่อไป
แล้วก็วันหนึ่งจะได้มาเกิดอยู่ในวิมานนี้”
แล้วก็ถามว่า “ท่านมาจากเมืองมนุษย์หรือ”
“ใช่ มาจากวัดเมืองมนุษย์
อยากจะดูวิมานของแม่จันทราสักหน่อยว่ามีอะไรบ้าง”
"เมื่อเข้าไปดูในวิมาน วิมานยังว่างอยู่ห้องนอนก็ยังไม่มีเตียงนอน
ไม่มีหมอน ไม่มีเครื่องใช้ไม้สอย วิทยุก็ไม่มี โทรทัศน์ก็ไม่มี
เครื่องทำความอบอุ่นก็ไม่มีในวิมาน ห้องน้ำก็มีแต่ห้องเฉยๆ ยังไม่มีน้ำ
ยังไม่ได้ต่อประปาเข้าไปในวิมานเลยแม้แต่น้อย บอกให้คุณโยมทราบ”
โยมฟังแล้วถามว่า
“ทำอย่างไรล่ะเจ้าคะ ทำอย่างจึงจะมี”
“โยมต้องบริจาคเตียง บริจาคผ้าห่มนอน หมอนมุ้ง
บริจาคอ่างน้ำ เครื่องสุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำ”
โยมก็ “เมาวิมาน” ก็ต้องบริจาคไป
ความจริงกุฏิท่านสร้างแล้ว แต่ว่ามันยังขาดในเรื่องเหล่านี้อยู่
อย่างนี้ โยมก็ไปสร้างให้ได้ดังใจ เพราะได้วิมานแล้ว
หนักเข้าไปกว่านั้น คุณโยมคนหนึ่งสามีตาย
ก็คิดถึงพระท่านก็มาเยี่ยมมาเยียน
วันหนึ่งมาบอกว่า
“เมื่อคืนอาตมานอนฝันเห็นคุณหลวง คุณหลวงมาหา
“เป็นยังไงเจ้าคะ คุณหลวงสบายดีหรือ รูปร่างเป็นอย่างไร”
“อ้วนท้วนเป็นน้ำเป็นนวลดี สบายทุกอย่าง เจริญพร
แต่คุณหลวงแกบ่นว่า ไปไหนลำบาก เพราะไม่มีรถยนต์ใช้”
เออ ตายแล้วอย่างงี้ จะหารถยนต์ไปใช้ในสวรรค์อีกต่อไป
ก็เมืองสวรรค์เขาขี่รถกันเมื่อไหร่
เทวดามันลอยฟ่องเหมือนมนุษย์อวกาศ ลอยไปนั่งอยู่ตรงนี้
พอนึกว่าจะไปวิมานน้อยหน่อย ก็ลอยไปทันที
จะกลับมาก็ลอยมา แล้วจะใช้รถยนต์เมื่อไหร่
โยมแกไม่ได้ฟังเรื่องนี้ละเอียด
พอพระบอกว่าสงสารคุณหลวงไม่มีรถยนต์ใช้
อยู่เมืองมนุษย์นี่ได้ใช้รถยนต์ตลอดเวลา ที่โน่นไม่มีรถยนต์ใช้
“ทำอย่างไรดีเจ้าคะ”
“ก็โยมจะต้องสร้างรถยนต์ถวายวัดสักคันหนึ่งสิ”
คุณนายก็ตกลงใจซื้อรถยนต์ไวถวายวัดคันหนึ่ง
ปรากฏว่าขับรถปร๋อไปปร๋อมา
ขึ้นเหนือล่องใต้ บรรทุกเฮโรอีนส่งไปเมืองนอกบ้างก็ได้
ที่นี้เรื่องมันไปกันใหญ่
นี่เขาเรียกว่า พระประเภทต้มคน
มันก็เป็นอย่างนั้นแหละ
ใครเชื่อก็ถูกหลอกถูกต้มเรื่อยไป
ฝันเรื่อยฝันไม่หยุดไม่หย่อน
ขัดข้องอะไรก็ไปหาคุณนายคนนั้น
ฝันอีกแล้ว ฝันบ่อย มันเป็นอย่างนี้ คุณนายก็เชื่อ
อันนี้ก็เรียกว่าเป็นอันตรายอย่างหนึ่ง
ซึ่งทำให้คนหลงผิดเรื่องของพระศาสนา
ไม่สอนสิ่งทีถูกต้อง ไม่พูดความจริงให้คนฟัง
เพราะความต้องการในลาภสักการะ
นักเผยแผ่ธรรมะ ถ้าเผยแผ่เพื่อลาภ เพื่อสักการะ
มันไม่ได้ มันไม่ถูกต้อง
เราต้องเผยแผ่สัจจธรรม
อันเป็นหลักคำสอนของพระพุทธเจ้าอย่างแท้จริง
ให้คนเข้าเอาไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน
ถ้าเขาเข้าใจเอาไปปฏิบัติแล้วเขาเห็นผลประจักษ์ด้วยตัวเอง
Oct 27
4:12 AM
ผมว่า เผยแพร่ ธรรมมะ ดีกว่า เยอะครับ
พระธรรม เป็นสิ่งน่ายกย่อง มากที่สุด เพราะ พระพุทธเจ้า ตรัสรู้แล้วโดยชอบ
พระพุทธองค์ก็บอกว่า พระธรรมจะเป็น ศาสดา แทนเรา ในยามที่เรา นิพพานไปแล้ว
พระธรรม นี่จะทำให้ คน มีปัญญาเกิด สิ่งดี ๆ มากมาย ในที่นี้เราก็รู้อยู่แล้ว
อีกทำให้ คน มีสัมมาฏฐิ มีความเห็นที่ถูกต้อง
ส่วนสร้างพระ พระก็มี มากมายอยู่แล้ว หรือจะสร้าง ก็ สร้าง แต่พอประมาณ
อย่าไปหวัง อะไรใหญ่โตเกินไป หรือสิ้นเปลืองเกินไป สร้างเพื่อเป็นที่ละลึก นึกถึก
พระพุทธเจ้า แล้ว ควร บูชา อย่างถูกต้อง ไม่ใช่ บูชาแบบเทพเจ้า ขอร้องอ้อนวอน
โดยขาดปัญญา มีทิฏฐิ ที่ผิด ๆ
แต่ต้องบูชาเคารพ ว่าเป็น ผู้ตรัสรู้ธรรม เป็นบรมครู ผู้ยิ่งใหญ่ ผู้สอน สรรพสัตว์ทั้งหลาย
และ เห็น ท่านแล้ว ก็จะเป็นแบบอย่าง หรือ เครื่องยึดเหนี่ยวให้สร้าง บารมีมากยิ่งขึ้น
Oct 27
4:13 AM